• พฤหัส. ก.ค. 7th, 2022

ดูอนิเมะ เว็บอนิเมะออนไลน์ anime subthai

รีวิวเว็บดูการ์ตูน ดูอนิเมะซับไทย ดูการ์ตูนออนไลน์ ดูอนิเมะพากย์ไทย ดูanime การ์ตูน อนิเมะญี่ปุ่น การ์ตูนซับไทย การ์ตูนพากย์ไทย gg-anime อัพเดตตลอด 24 ช.ม.

กูเกิล ทำ ดูเดิลอาร์ต ร่วมฉลอง ‘วันตำส้ม’ มรดกภูมิปัญญาไทย

ByAntonio Burton

ธ.ค. 15, 2021

ช่วงวันที่ 14 ธ.ค. กูเกิล (Google) เสิร์ชเอนจินมีชื่อเสียงได้ทำ มองเดิลอาร์ต (Doodle Art) บนหน้า Google Search ร่วมเฉลิมฉลองวันส้มตำ
เมื่อคลิกเข้าไปจะลิงก์กับวิกิพีเดียเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ “ส้มตำ” พร้อมกับเว็บ ตลอดจนบทความ วิดีโอที่เกี่ยวโยงขึ้นมาแสดง

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในวันที่ 14 ธ.ค. พุทธศักราช2555 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นบัญชี “ส้มตำ” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรมของชาติ ร่วมกับอาหารท้องถิ่นอีกหลายชนิด

แล้วจุดเริ่มแรกส้มตำมาจากไหน ในบทความ “สืบที่มา “ส้มตำ” เมนูยอดฮิตเข้ากรุงเทพฯ เมื่อไหร่ คนเมืองกรุงอดีตสมัยกินส้มตำตรงไหน” โดย ศิลวัฒนธรรม ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า

“ส้มตำ เป็นสุดยอดอาหารโปรดของคนประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคุณสุภาพสตรี ส้มตำเป็นอาหารที่มีรสชาติปานกลางประกอบด้วย เผ็ด เค็ม หวาน เปรี้ยว ครบทุกรส เมื่อรับประทานคู่กับไก่ย่าง ข้าวเหนียวแล้วก็ผักสด และจากนั้นก็นับได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่มีคุณภาพดี ถึงขนาดดีมาก”
“เมื่อสืบสาวราวเรื่องถึงประวัติความเป็นมาของส้มตำก็มาจนถึงด้วยปัญญา เนื่องจากว่าเราจะพบกับชุดคำตอบว่า ก็ทำมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดแล้ว… ตำราสอนทำอาหารคนประกอบอาหารหัวป่า ของ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรตระกูล พิมพ์หนแรกเมื่อ พุทธศักราช 2451 (ในสมัยรัชกาลที่ 5) ไม่ปรากฏว่ามีสูตรอาหารที่ชื่อว่าส้มตำเลยมีเพียงอาหารที่ใกล้เคียงกัน แต่ว่าพอจะนับเนื่องได้ว่าคล้ายส้มตำ โดยใช้มะขามเป็นส่วนผสมหลักในชื่อว่า ปูตำ ”

“แล้วคนประเทศไทยมีอาหารที่เรียกว่าส้มตำรับประทานกันบ้างหรือไม่ ในสมัยก่อนเราก็มีตำราอาหารที่เรียกว่าข้าวมันส้มตำ ปรากฏอยู่ในตำราสอนทำอาหารเก่าๆเช่น ตำหรับเยาวภา ของ พระเจ้าบรมวงศ์คุณ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือข้าวมันหุงด้วยน้ำกะทิ แล้วก็ส้มตำซึ่งใช้มะละกอเป็นหลักแต่ว่ามีส่วนผสมที่มากกว่าสูตรของคนอีสานคือมีกุ้งแห้งกับถั่วลิสงป่น แล้วก็แต่งรสชาติแบบนุ่มนวลไม่จัดจ้าน ค่อนข้างไปทางหวานนำ”

“เมื่อประมวลข้อมูลต่างๆเหล่านี้แล้วพอจะสรุปได้ว่า ส้มตำอย่างชาวอีสานรับประทานนี้มีมานานแล้ว แล้วก็ถูกเรียกในภาษาพื้นบ้านว่า ตำมะละกอ โดยใช้ผักผลไม้อะไรก็แล้วแต่ก็ได้ที่มีตามฤดูกาลแต่ว่าจะให้อร่อยก็จะต้องใช้มะละกอดิบ ถัดมาเมื่อมีการอพยพย้ายถิ่นของชาวอีสานเพื่อมาทำกินในกรุงเทพฯ จึงนำวัฒนธรรมการบริโภคติดตามมาด้วย จนถึงกำเนิดความนิยมชมชอบอย่างรวดเร็วในสังคมชาวบางกอก”

somtum1

somtum2