• อังคาร. ก.ย. 21st, 2021

ดูอนิเมะ เว็บอนิเมะออนไลน์ anime subthai

รีวิวเว็บดูการ์ตูน ดูอนิเมะซับไทย ดูการ์ตูนออนไลน์ ดูอนิเมะพากย์ไทย ดูanime การ์ตูน อนิเมะญี่ปุ่น การ์ตูนซับไทย การ์ตูนพากย์ไทย gg-anime อัพเดตตลอด 24 ช.ม.

จอมขมังเวทย์ 2020 ภาคต่อที่รอ

ByAntonio Burton

ธ.ค. 23, 2020

จอมขมังเวทย์ ภาคแรกออกฉายในปี พ.ศ. 2548 ผลงานการควบคุมของปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์นำแสดงโดยฉัตรชัย ส่งแสงพานิชและก็อัครา อมาตยกุล หนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ที่ถือเอาความศรัทธาทางไสยเวทมารวมรวมกับหนังแนวสอบสวนสืบสวน กล่าวได้ว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ยังค้างอยู่ในความจำของแฟนภาพยนตร์ไทยจำนวนหลายชิ้น

กำเนิดอะไรขึ้นในหนังภาคแรก

mark 1
อำนาจ (ฉัตรชัย ส่งแสงพานิช) อดีตนายตำรวจหน่วยพิเศษเคยจับผู้ร้ายที่มีความรู้และความเข้าใจแก่กล้าทางคาถาอาคม หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้ามานับไม่ถ้วน แม้กระนั้นตัวเขาเองกลับถูกลงโทษคดีวิสามัญผู้ร้ายจนเปลี่ยนเป็นนักโทษถูกขังลืมอยู่ในคุกมืดดินแดนคุมขังพิเศษ
10 ปีผ่านไปอำนาจได้ล่องหนไปจากกรงขังแบบล่องหนได้ ทำให้พ.ท.ทศพล อดีตเพื่อนนายตำรวจได้บัญชาจับตายอำนาจ และก็มีคำสั่งมาถึงร้อยตรี สันติ (อัครา อมาตยกุล) ให้ตามทำคดีนี้ แต่ทว่าระหว่างตามหาตัวอำนาจ สันติกลับเจอแม้กระนั้นเรื่องราวประหลาดเกี่ยวกับเรื่องของคุณไสยมนต์ดำ เป็นต้นว่าการปลุกเสกตะปูเข้าท้อง ผู้ร้ายที่หนังเหนียวหนังเหนียว แม้กระนั้นไม่ว่าจะยากลำบากมากแค่ไหนสันติก็ไม่กลัวและก็ตั้งใจจริงที่จะจับอำนาจมาให้ได้ เมื่อเขารู้สึกตัวว่าตัวเองบางครั้งอาจจะจำเป็นต้องเจอหน้ากับจอมขมังเวทย์ผู้ครอบครองคาถาอาคม หนทางเดียวที่จะสยบเขาให้ได้คือเป็นให้ “เหนือกว่าจอมขมังเวทย์”
จนผู้ชมในช่วงนั้นจำคำคมจากนักแสดงของอำนาจได้ว่า “แกอย่าบ้าราวกับเราก็ตามใจ” ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

กำเนิดอะไรบ้างที่อยู่ใน จอมขมังเวทย์ 2020

mark 2
ท่ามกลางการสูญเสียครั้งใหญ่ของวิน(หมาก ปริญ) หนุ่มคนรอดชีวิตจากเรื่องราวการฆาตกรรมกลับจำเป็นต้องเปลี่ยนความศรัทธาและก็เชื่อถือที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยมุ่งหน้าเข้าสู่ศาสตร์ลึกลับและก็คาถาอาคมเวทต่างๆเพื่อสืบเสาะหาและก็จัดแจงคนร้ายด้วยตนเอง แต่ทว่ายิ่งเขาสืบเสาะหาตัวคนร้ายแค่ไหน เขาก็ยิ่งถลำลึกสู่ด้านมืดมากขึ้นทุกครั้ง จนทำให้จำเป็นต้องเข้าไปพันพัวกับ “จอมขมังเวทในตำนาน” (นก ฉัตรชัย), “ผู้คลั่งพลังทำลาย” (ก๊อต จิรายุ) และก็ “เจ้าลัทธิใหม่ที่สมัย” (นก สินจัย) ซึ่งล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมด้วยกันทั้งนั้น นี่คือการเผชิญหน้ากันครั้งสำคัญ ที่มีเชื่อถือที่ตัวตนเป็นเดิมพันและก็คาถาอาคมปาฏิหาริย์เป็นตัวชี้ชะตา กำลังปะทุถึงขีดสุด

นี่คือหนังภาคต่อ! ไม่ใช่รีเมค หรือรีบูต

mark 3
สำหรับตัวผู้ดูแลต้อม-ปิยะชนิด ชูเพ็ชร์ ที่ดูแลหนังภาคแรก ได้กล่าวว่าจอมขมังเวทย์ 2020 ไม่ใช่หนังรีเมค ไม่ใช่หนังย้อนอดีต เป็นหนังต่อภาคอย่างแท้จริง ซึ่งเขาได้รับโอกาสสำหรับในการกลับมาปั้นเรื่องราวในโลกคาถาอาคมอีกทีโดยตกผลึกเรื่องราวความศรัทธา ความเลื่อมใส และก็มุมมองด้านสังคมในแต่ละสมัยที่ส่งต่อและก็เชื่อมโยงถึงกันมาใส่ในบทภาพยนตร์
ในมุมมองที่น่าสนใจของตัวผู้ดูแลที่สะท้อนออกมาว่า “ภาคต่อกับระยะเวลา” นับว่าเป็นแนวคิดที่สำคัญไม่น้อย เพราะว่าปัจจุบันนี้แนวคิดประเด็นการต่อสู้ระหว่างความดีความชอบกับความหยาบช้านั้น มุมมองของคนเราก็เริ่มมีไม่เหมือนกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทกับความนึกคิด ความศรัทธาและก็ความเลื่อมใสของคนเราก็เลยแปรไปตามเวลา ผู้กำกับก็เลยเริ่มตั้งข้อซักถามที่ว่า “ยุคนี้เขาเชื่อถืออะไรและก็สมัยก่อนเชื่อถืออะไร” จนเขาได้ไอเดียที่ว่าด้วยไม่เหมือนกันระหว่างความศรัทธาของคนต่างช่วงนำมาสู่หลักสำคัญอะไรได้บ้าง
“ความนึกคิดของการเผชิญหน้ากันเรื่องความศรัทธาของตนเอง บางอย่างพวกเรามีความคิดว่ามันโง่งมงาย แม้กระนั้นอันที่จริงแล้วมันอยู่ใกล้ๆรอบกายพวกเราหมดเลย พวกเราห้อยพระ พวกเราไปไหว้พระ เพื่อที่จะได้ให้พวกเราคิดว่าพวกเรามีกำลัง พวกเรามีเชื่อถือในตัวเองขึ้น สมัยเก่าพวกเราไปบูชา แม้กระนั้นในตอนนี้มันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องพลังจิต เรื่องพลังจักรวาลอะไรแบบงี้ อันนี้คือคอนเซปต์ที่พวกเราพูดถึงความศรัทธาของคนสองสมัยมาเจอกัน พวกเราจะเชื่ออะไรมากยิ่งกว่ากัน ซึ่งมันก็จะเกิดเรื่องราวและก็วิธีการของจอมขมังเวทแต่ละคนที่จะใช้ศาสตร์คาถาอาคม มนตร์ ไสยเวทต่างๆมาต่อสู้กันตามความศรัทธาและก็เชื่อถือของแต่ละคนเอง” ต้อม-ปิยะชนิด ชูเพ็ชร์ กล่าว

ทำไมจำเป็นต้องใช้นักแสดงเบอร์ใหญ่ขนาดนี้
“จอมขมังเวทย์ 2020” เป็นการก้าวเข้าสู่โลกคาถาอาคมครั้งใหม่และก็เจอหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของ “เหล่าจอมขมังเวท” หลากหลายคาแร็กเตอร์เช่นนี้ “ความขลังทางการแสดง” ก็เลยเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ผู้กำกับจำเป็นต้องจุดโฟกัสเป็นพิเศษไม่แพ้ด้านอื่นๆและก็ได้เลือกสรร “กลุ่มนักแสดงขมังเวท” ซึ่งทีมงานตกลงใจใช้นักแสดงระดับแถวหน้าของวงการสนุกสนานไทย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นหน้าจอหนังใหญ่ครั้งแรกของ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ การกลับมารับบทบาทเดิมจากภาคที่แล้วของนก-ฉัตรชัย ส่งแสงพานิช ก๊อต-จิรายุ ตันเชื้อสาย กับบทชายหนุ่มที่หลงใหลในศาสตร์มืด นก-สินจัย เปล่งพานิช กับการคืนหน้าจอใหญ่ในบทเจ้าแม่ลัทธิ! รวมถึงนักแสดงเลือดใหม่เป็นต้นว่า คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล และก็ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา โดยเหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับในการใช้ดาราเบอร์เต็งขนาดนี้ก็เนื่องจากว่า หนังอยากได้ความสามารถทางด้านการแสดงที่จะจำเป็นต้องเชือดเฉือนอารมณ์กัน เพราะว่าทุกนักแสดงมีความสลับซับซ้อน น่าหลงใหลและก็เป็นตัวละครที่มีความทะเยอทะยานทุกตัว
นอกจากนักแสดงเบอร์ใหญ่แล้ว งานแนวทางพิเศษและก็ฉากแอ็คชั่นในหนังประเด็นนี้จัดเต็มและก็อัดแน่นไม่แพ้กัน ซึ่งบรรดาฉากต่อสู้ปล่อยพลังทางไสยเวทย์นั้น กล่าวได้ว่าเป็นฉากที่คนดูภาพยนตร์ไทยในปี 2019 ต้องจำอย่างไม่ต้องสงสัย!