• จันทร์. ก.ย. 20th, 2021

ดูอนิเมะ เว็บอนิเมะออนไลน์ anime subthai

รีวิวเว็บดูการ์ตูน ดูอนิเมะซับไทย ดูการ์ตูนออนไลน์ ดูอนิเมะพากย์ไทย ดูanime การ์ตูน อนิเมะญี่ปุ่น การ์ตูนซับไทย การ์ตูนพากย์ไทย gg-anime อัพเดตตลอด 24 ช.ม.

ธรรมนัส พระพรหมเผ่า จัดเตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมบริสุทธิ์ ยิ่งสินวัฒน์

ByAntonio Burton

ก.ย. 10, 2021

เว็บราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พระพรหมเผ่า และก็นางบริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ระบุวันที่ 8 กันยายน ในช่วงเวลาที่อดีต รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาวชิราลงแขนณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า จากที่ได้ทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์อร่อย เป็นนายกฯ ตามประกาศระบุวันที่ 9 ไม่.ย. 2562 แล้ว และก็แต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศระบุวันที่ 10 เดือนกรกฎาคม 2562 และก็ประกาศหนสุดท้ายระบุวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

บัดนี้ นายกฯได้กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและก็มีขึ้นประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความลับมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งแว่นแคว้นไทย จึงทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร.อ. ธรรมนัส พระพรหมเผ่า รมช.เกษตรและก็สหกรณ์
2. นางบริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ดังนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 กันยายน 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับตอบสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สภานิติบัญญัติ เมื่อเวลา 15.30 น. โดยกล่าวว่าส่งหนังสือถึง พล.อำเภอ ประยุทธ์ แจ้งยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและก็สหกรณ์ ตอนหลังปรึกษาครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งมั่นจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 กันยายน) แต่ว่าฝ่ายเลขานุการส่วนตนหลงผิด จึงเพิ่งยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 กันยายน)

แต่ว่าแต่กระนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯทางกฎหมาย ได้เลิกเรื่องที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยกล่าวว่า เป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เพราะในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจสำหรับในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี จากที่นายกฯมอบให้คําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงเป็นวันที่เจาะจงในพระบรมราชโองการ นั่นเป็น ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2564

แม้กระนั้นส่วนตัวเพิ่งรู้ข่าวสารว่า ร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำจดหมายลาออก ซึ่งก็ไม่รู้จักว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่ว่าสิ่งที่เป็นทางการเป็นให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เพราะไม่อยาก “คอยรับใช้คนใดกันแน่”

สำหรับในการแถลงข่าวที่สภานิติบัญญัติ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลสำหรับในการลาออกว่า ตั้งมั่นดำเนินการเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และก็พี่น้องประชาชน โดยยึดผลตอบแทนของประเทศเป็นหลัก แต่ว่าตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่งมา บรรยากาศการบริหารราชการแผ่นดินมิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงต้องการกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นเป็นการเป็น ส.ส.

“ผมปรารถนากระทำเมืองให้มันแข็งแกร่ง เพื่อชาติ บ้านเมืองจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร.อ. ธรรมนัสกล่าวและก็ว่า จริงๆคิดมานับเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความใส่ใจเยอะที่สุดเป็นสายตาสามัญชน ไม่ใช่คอยรับใช้คนใดกันแน่

เขายังฝากถึงสามัญชนทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเดิน ทางการบ้านการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลตอบแทนของชาติและก็พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างเต็มเปี่ยม” พร้อมเอ่ยขออภัยสามัญชนที่ไม่อาจจะประพฤติตามที่สัญญาไว้ได้ หลังจากนี้จะกลับไปเริ่มต้นที่ จ.พะเยา และก็จังหวัดอื่นๆถ้าหากกลับมามีอำนาจอีกรอบหนึ่ง มีวาสนาอีกรอบ ยึดมั่นว่าจะดำเนินการเพื่อชาติ
ผู้รายงานข่าวถามคำถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้ลาออก เป็นเพราะดำเนินการกับนายกฯมิได้แล้วหรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสกล่าวยอมรับว่า “คงจะเดินไปในทิศทางเดียวกันมิได้”
ร.อ. ธรรมนัส พระพรหมเผ่า ประสานมือทักทาย พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ญาติพี่น้อง 3 ป.” นายกฯ บอกว่ารักกันราวกับญาติพี่น้องท้องเดียวกัน ก่อนที่จะมีการประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กันยายน แต่ว่า พล.อำเภอ อนุดงษ์มิได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้เปลี่ยนเป็นอดีตรัฐมนตรีกล่าวเหตุว่า ได้ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับ พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์ทอง รองนายกฯ และก็หัวหน้าพรรคพลังประชากรเมือง (พปชราชการ) ตั้งแต่ก่อนลงมติสำหรับในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน แต่ว่าหัวหน้าพรรคห้ามไว้ ในที่สุดจำเป็นต้องฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า เพราะตริตรองดูแล้วว่าทางเดินชีวิตของตัวเองทำเพื่อสามัญชน มันจำเป็นต้องเดินไปอีกไกล ด้วยเหตุนี้ตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง

เมื่อถามย้ำว่า มีความหมายว่าข้างหลังคุยและก็ขออภัยนายกฯ แล้ว มีความหมายว่าปัญหาไม่จบใช่หรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ และก็รู้สึกหนักใจ จำเป็นต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป แสดงว่าเมื่อกล่าวด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์ ขั้นตอนการดีเยี่ยมที่สุดก็คือจำเป็นต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความเกี่ยวเนื่องกับญาติพี่น้อง 3 ป. มี พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์ทอง, พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และก็ พล.อำเภอ ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ๋ยถึงเพียงแค่ความเกี่ยวเนื่องกับหัวหน้าพรรคว่ายังรักเคารพดังเดิม แต่ว่าไม่เอ่ยถึงอีก 2 ป. โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ว่าผมเลือกทางเดินแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชราชการ แต่ว่าประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำงานพรรค
นอกเหนือจากสถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ยังมีบทบาทในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชราชการ ทำให้เขาถูกโยนปัญหาใส่ว่าจะยังดำเนินการกับ พปชราชการ ต่อไปหรือเปล่า เกี่ยวกับประเด็นนี้ เขาบอกว่าเกิดเรื่องที่จำเป็นต้องพิจารณากันต่อไป

“ผมบางทีก็อาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันเป็นสุข ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็เป็นสุขอยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมเป็นบ้านที่พะเยาเป็นสุขดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ บางทีก็อาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ร.อ. ธรรมนัสมิได้ตอบปัญหาแน่ชัดว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันเป็นกระบวนการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร.อ. ธรรมนัส ภรรยา และก็นางบริสุทธิ์ มักออกเดินสายทำบุญทำกุศลด้วยกันในตอนวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ๋ยถึง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีไทยเข้าใจว่าเป็นการเปรียบเปรยที่หมายถึงพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นพรรคการเมืองในที่สุดที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยขึ้นอยู่กับและก็ลงเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งครั้งนั้นจะเปลี่ยนเป็นโมฆะ และก็มีการรัฐประหารในเวลาถัดมา จนกระทั่งก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสจึงยกแผนกเข้ามาลงเล่นการเมืองในชื่อ พปชราชการ

แต่ทว่าเมื่อผู้รายงานข่าวถามคำถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบมากไม่น้อยเลยทีเดียว และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการคุยกันก่อนหน้านี้ บางทีก็อาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทั้งหมดทุกอย่างจัดแจงไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้เห็นหน้าตาแน่
เขายังประกาศเหตุว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำงาน พปชราชการ อีก “ไม่ชอบ ไม่ต้องการที่จะอยากฝืนใจตนเอง” แต่ว่าแต่กระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังมิได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า แบบนี้การเลือกตั้งหนต่อไปพรรค พปชราชการ จะไม่แตกเลยหรือ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เพราะดวงใจตนไปแล้ว กล่าวแล้วอันธพาลเพียงพอ ทำอะไรแล้วจำเป็นต้องรับผิดชอบ อยู่ไหนก็ได้ ขอให้ดวงใจมันอยู่ ถ้าเกิดดวงใจมันไม่อยู่ คนใดกันแน่จะมาบังคับตนก็มิได้

tui3
การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ข้างหลังเสร็จสมบูรณ์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และก็รัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ได้เกิดปรากฏความเคลื่อนไหวใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนภายใน พปชราชการ บีบคั้นให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรี) ข้างหลังเสร็จสมบูรณ์ศึกซักฟอก และก็บางทีอาจไปไกลถึงกับขนาด “เปลี่ยนตัวนายกฯ” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาปฏิเสธข่าวยาวนานหลายวันต่อเนื่องกัน ในช่วงเวลาที่ร.อ. ธรรมนัสกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังความเคลื่อนไหวดังกล่าว แต่ว่าเขาก็ออกมากล่าวว่ามีคนในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” ประเด็นนี้ขึ้นมา
พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ คณะรัฐมนตรี เพิ่มคนแทน 2 รัฐมนตรี
ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่กับรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อำเภอ ประยุทธ์ถึงกับถอนใจก่อนตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนช่วงเวลา 16.20 น.
นายกฯ ถูกถามประเด็นการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจตรา รพ.สนามสำหรับผู้ป่วยห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล ที่ รพ.ปิยะเวท

พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า ได้ข่าวเมื่อสักครู่ว่าลาออก เขาก็เคยกล่าวอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น ส.ส. ก็สามารถช่วยสามัญชนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันโดยตลอด ประเดี๋ยวคงจะคือเรื่องของพรรคที่จะไปหารือกันว่าจะทำยังไง แต่ว่ารับรองว่างานทุกงานไม่มีหยุด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
ผู้รายงานข่าวถามคำถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกฯ บอกว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่ว่าเนื้อความในราชกิจจานุเบกษากล่าวว่า นายกฯ กราบบังคมทูลว่า “สมควรให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมและก็มีขึ้นประโยชน์แก่ราชการ” พล.อำเภอ ประยุทธ์หลบหลีกที่จะตอบปัญหานี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “มิได้แจ้งคนใดกันแน่ทั้งสิ้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” และก็ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังเอ่ยถึงการปรับ คณะรัฐมนตรี เหตุว่า ขอดูก่อน แต่ว่าช่วงนี้ยังไม่ปรับคนใดกันแน่ ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นผลมากมายระแส “ล้มนายกฯ” ในตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่านั้น พล.อำเภอ ประยุทธ์บอกว่า “ทั้งปวงมาจากคุณ (สื่อมวลชน)”