• พุธ. ก.ย. 15th, 2021

ดูอนิเมะ เว็บอนิเมะออนไลน์ anime subthai

รีวิวเว็บดูการ์ตูน ดูอนิเมะซับไทย ดูการ์ตูนออนไลน์ ดูอนิเมะพากย์ไทย ดูanime การ์ตูน อนิเมะญี่ปุ่น การ์ตูนซับไทย การ์ตูนพากย์ไทย gg-anime อัพเดตตลอด 24 ช.ม.

‘วันงดดูดบุหรี่โลก’ 31 เดือนพฤษภาคม เปิดเผยสมัยโควิดคนประเทศไทยสูบน้อยลง 49.12%

ByAntonio Burton

มิ.ย. 3, 2021

“วันงดสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เชื้อเชิญเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์การสูบ “ยาสูบ” ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดวัววิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบต่ำลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เชื้อเชิญคนประเทศไทยมารู้จะสถิติต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ “ยาสูบ” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักดูด จำนวนการบริโภคยาสูบในประเทศไทย รวมทั้งปัจจุบัน.. จะพาไปดูผลจากการสำรวจการสูบยาสูบกรุ๊ปแรงงานในช่วงวัววิด-19 ระบาด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รวบรวมข้อมูลมาให้รู้กัน ดังนี้

1. คนประเทศไทยสูบบุหรี่ต่ำลง ช่วง “วัววิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากหน่วยงานวิจัยรวมทั้งจัดแจงความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เผยออกมาว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้กระทำตรวจเรื่อง “พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดวัววิด-19” ในจ.กรุงเทพฯ รวมทั้งบริเวณรอบๆ เมื่อเมษายน พุทธศักราช2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 แบบอย่าง (ดังเช่น มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้าน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม บังกะโล ห้างร้าน)

ผลจากการสำรวจพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดวัววิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในจำนวนต่ำลง เนื่องจากว่ารายได้ต่ำลงสูงที่สุด ร้อยละ 49.12

• รองลงมาคือ ลดยาสูบด้วยเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ร้อยละ 29.57

• ชั้นสามคือลดยาสูบเพื่ออยากได้ดูแลสุขภาพ ร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่สำหรับในการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบสูงที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาชั้นสองเป็น11-15 มวนต่อวัน ส่วนชั้นสามเป็น1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “แนวทางการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้วางแผนไว้ ผลจากการสำรวจพบว่า ส่วนมากใช้แนวทางลดปริมาณมวนยาสูบลง สูงที่สุด ร้อยละ 57.63 รองลงมาคือหยุดดูดในทันที (หักดิบ) ร้อยละ 34.41 รวมทั้งรับคำชี้แนะเพื่อเลิกยาสูบ ร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนประเทศไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานสถานการณ์ดื่มสุรารวมทั้งสูบบุหรี่ เมื่อช่วงไตรมาส 3 ในปี 2563 บอกว่า คนประเทศไทยบริโภคเหล้ารวมทั้งยาสูบต่ำลง 5.5% โดยเหล้าต่ำลง 7.5% ยาสูบต่ำลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ รวมทั้งเลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยออกมาว่า ยาสูบรวมทั้งเหล้าเป็นสาเหตุของ “ภาระหน้าที่โรค” สร้างการสิ้นไปทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยรวมทั้งเสียชีวิตของคนประเทศไทยถึง 15.13% หรือเกือบ 1 ใน 6 ของภาระหน้าที่โรคทั้งสิ้นในปี 2557
นอกเหนือจากนั้นยังมีผลลบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ รวมทั้งสังคม ทั้งระดับครอบครัว ชุมชน รวมทั้งประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการประสบผลสำเร็จการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเอ็น (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เผยไตรมาส 3/63 คนประเทศไทยดื่มเหล้า สูบบุหรี่ต่ำลง)

3. สถิติปริมาณนักดูด พบว่าต่ำลงแม้กระนั้นไม่มากมาย
ด้านสสช. มีรายงานพฤติกรรมการสูบยาสูบรวมทั้งการดื่มสุราของสามัญชน พุทธศักราช 2560 (ข้อมูลปัจจุบันมีถึงปี 2560 เพียงแค่นั้น) โดยบอกว่าสามัญชนไทยที่มีอายุ 15 ปี มีทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรี่หน้าใหม่ 10.7 ล้านคน (ร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• ผู้ที่ดูดเสมอๆ 9.4 ล้านคน (ร้อยละ 16.8)
• ผู้ที่ดูดนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (ร้อยละ 2.3)
– สามัญชนกรุ๊ปเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบยาสูบต่ำสุด ร้อยละ 9.7
– สามัญชนอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบยาสูบ ร้อยละ 20.7
– สามัญชนอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบยาสูบสูงสุด ร้อยละ 21.9
– สามัญชนอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบยาสูบ ร้อยละ 19.1
– สามัญชนกรุ๊ปคนวัยแก่ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบยาสูบ ร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบยาสูบในสามัญชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ต่ำลงไม่มากมาย แม้กระนั้นต่ำลงอย่างสม่ำเสมอ จากร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 19.9 ในปี 2558 รวมทั้งร้อยละ 19.1 ในปี 2560
ผู้ชายที่สูบบุหรี่ต่ำลงมากกว่าเพศหญิง โดยผู้ชายต่ำลง ร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 39.3 ในปี 2558 รวมทั้งร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับเพศหญิงต่ำลงจากร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 1.8 ในปี 2558 รวมทั้งร้อยละ 1.7 ในปี 2560
อีกทั้ง มีข้อมูลจากแผนกแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำรายงานตรวจสาเหตุการเสียชีวิตจากยาสูบในปี 2560 ก่อนหน้าที่ผ่านมา พบว่า คนประเทศไทยเสียชีวิตจากการสูบยาสูบ 72,656 ราย นำมาซึ่งการก่อให้เกิดค่าสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ดังเช่น ค่ารักษาพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าการสิ้นไปจากการตายก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนพสกนิกรร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. 2564 “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพื่อผลักดันให้เลิกดูดสินค้ายาสูบทุกประเภท ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ลดแพร่ระบาดเชื้อวัววิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” รวมทั้งปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อ 180 ประเทศสมาชิกส่งเสริมเชิงแผนการ รวมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจถึงอันตรายรวมทั้งพิษภัยของบุหรี่ทุกประเภท ผลักดันให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกเลิกยาสูบให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับเมืองไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นย้ำสื่อสารไปยังพสกนิกร ภายใต้คำขวัญ “เลิกดูด ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เนื่องจากว่าในสถานการณ์แพร่ระบาดวัววิด-19 พบว่า พฤติกรรมการ “สูบบุหรี่” ถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยง เพิ่มโอกาสรับเชื้อหรือแพร่ระบาดเชื้อวัววิดได้ มีรายงานพบคนไข้ที่ติดโรควัววิด-19 มีประวัติการสูบยาสูบหรือยาสูบกระแสไฟฟ้า ส่วนมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีลักษณะอาการรุนแรง รวมทั้งเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญชวนผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกยาสูบ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงการระบบบริการเลิกยาสูบแบบครบวงจร ช่วยผู้ที่อยากได้เลิกยาสูบเข้าถึงบริการรวมทั้งรับคำขอคำแนะนำ โทรฟรีสายด่วนเลิกยาสูบทางโทรคำศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
หน่วยงานวิจัยรวมทั้งจัดแจงความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สสช.1
สสช.2
กระทรวงสาธารณสุข